วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ครั้งที่ 6

วันที่  25 กันยายน พ.ศ. 2557



ความรู้ที่ได้รับ (knowledge)
  • อาจารย์สอนทำ ของเล่นวิทยาศาสตร์ (Sciencetoy) คือ ลูกยางกระดาษ เกี่ยวกับการเอากระดาษมาตัดแล้ว ให้โยนขึ้น สังเกต (notice) ว่าถ้าตัดสั้นแล้วจะหมุนแบบไหน ถ้าตัดยาวแล้วจะหมุนแบบไหน 
อุปกรณ์ (Equipment)
1. กระดาษสี (Color Paper)



2. คลิปหนีบกระดาษ (Paperclip)



3. กรรไกร (Scissors)



  • วิธีทำ (How to)
อาจารย์ได้แบ่งให้แถวที่ 1 และ 2 ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1.  นำกระดาษมาตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
2.  พับครึ่งของกระดาษลงมา



3.  พับครึ่งของกระดาษลง โดยถึงจากที่พับไปครั้งแรก
4.  ใช้กรรไกรตัดกระดาษ ตามรูป



5.  พับส่วนที่เหลือเก็บให้เรียบร้อย และใช้คลิปหนีบกระดาษหนีบ


Experiment (การทดลอง)
สาเหตุ : เกิดแรงโน้มถ่วงของตัดปีกสั้น และทำให้หนักในส่วนล่างลูกยางกระดาษที่หนีบคลิปกระดาษไว้ จนทำให้ลูกยางนั้นหมุนเป็นเกียวได้
อาจารย์ได้แบ่งให้แถวที่ 3,4 และ 5 ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1.  นำกระดาษมาตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
2.  พับครึ่งของกระดาษลงมา
3.  ตัดกระดาษมาถึงที่พับครึ่ง ดังภาพ
4.  พับส่วนที่เหลือเก็บให้เรียบร้อย และใช้คลิปหนีบกระดาษหนีบไว้


Experiment (การทดลอง)

สาเหตุ : ปีกที่ยาว มีแรงเหวี่ยงเกิดการต้านทานของอากาศ ทำให้ล่วงหรือตกลงมาไว



นำเสนอบทความ ( Science Articles )
บทความที่ 11
1. เรื่อง  แสงสีกับชีวิตประจำวัน : เพิ่มเติม
  • แม่สี มีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีแดง สีน้ำเงิน สีเขียว มาจากสีของดวงอาทิตย์ ใบไม้ดูดกลืน สีแดง สีน้ำเงิน แต่ไม่ดูดแสงสีเขียวเพราะมีคลอโรฟิลล์
  • ถ้าวัตถุสีอะไรมันดูดสีนั้นหรือสะท้อนกลับ
บทความที่ 122. เรื่อง เงามหัศจรรย์ต่อสมอง : เพิ่มเติม
  •  ดร.วรนาท รักสกุลไทย ผู้อำนวยการโรงเรียนเกษมพิทยา (แผนกอนุบาล)
  • เงา คือส่วนที่มืดจึงทำให้เกิดแสง เด็กจะกลัวความมืดเพราะจะสร้างจินตนาการให้ตนเอง คุณครูอาจพาเด็กๆทำจึงที่เกี่ยวกับเงา เพื่อให้เด็กๆคลายความกลัว
  • ทดลองจัดกิจกรรมให้เด็กเกี่ยวกับเงา
1.  จัดนิทาน เช่น หนังตลุง
2. ยืน ที่ต่างเวลาทำให้เกิดผลที่แตกต่างกัน
  • การจัดกิจกรรมที่หลากหลายตอบสนองกับความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก คือวิธีการเรียนรู้ ทิศทาง มิติสัมพันธ์ เวลากับเงาตำแหน่งของดวงอาทิตย์กับเงา นิทานทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ภาษา ส่งผลข้อมูลไปให้สมอง
บทความที่ 13
3. เรื่อง  (Teaching Children about Environment Conservation) สอนลูกช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม : เพิ่มเติม
  • การใช้สิ่งต่างๆที่อยู่รอบๆตัวของคนเราอย่างฉลาด และพัฒนาสิ่งแวดล้อมทั้งสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตจับต้องได้และจับต้องไม่ได้ เช่น สัตว์ พืช อากาศ ภูเขา ฯลฯ 
  • สภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนและบ้าน
  • สภาพแวดล้อมภายนอก
  • สภาพแวดล้อมโดยตรง เช่น กำจัดขยะ,ปลูกต้นไม้
ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก **พึ่งพาอาศัยกัน**

บทความที่ 14
4. เรื่อง  วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย : เพิ่มเติม
  • เด็กจะรับรู้และคิดถ่ายโยงเป็นทิศทางเดียวไม่ซับซ้อน  เช่น  รู้สี  รู้รูปร่าง  โดยรู้ทีละอย่าง  จะเรียนรู้สองอย่างพร้อมกันไม่ได้  หรือเอามาผนวกกันไม่ได้  
  • สาระวิทยาศาสตร์ที่เด็กเรียนจำแนกเป็น  4  หน่วย  ดังนี้  (สตาเคิล,  2542  :  12)
    หน่วยที่  1     การสังเกตโลกรอบตัว
    หน่วยที่  2     การรับรู้ทางประสาทสัมผัสและการเรียนรู้
    หน่วยที่  3     รู้ทรงและสิ่งที่เกี่ยวข้อง
    หน่วยที่  4     การจัดหมู่และการจำแนกประเภท
บทความที่ 15
5. เรื่อง  การทดลองวิทยาศาสตร์ : เพิ่มเติม
  • เด็กปฐมวัยจะเรียนรู้จากการเล่น การปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง การมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม และจากการได้ใช้ประสาทสัมผัสในการเรียนรู้ เช่น การฟัง การเห็น การชิมรส การดมกลิ่น การสัมผัสจับต้องสิ่งต่างๆ
  • ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ (Basic Science skills) 
  1. ทักษะการสังเกต (Observing)
  2. ทักษะการวัด (Measuring)
  3. ทักษะการจำแนกประเภท (Classifying)
  4. ทักษะการสื่อสาร (Communicating)
  5. ทักษะการลงความเห็น (Inferring)
  6. ทักษะการพยากรณ์ (Predicting)

  • ส่งเสริมให้คิดอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมทุกด้านของเด็ก
  • อย่างน้อย 1 กิจกรรม / 1 การเรียนรู้
  • การใช้คำถามของครูเป็นอีกอย่างที่สำคัญ


กิจกรรม : อาจารย์ให้นำ Mild Map ของนักศึกษาแต่ล่ะกลุ่มมาติดหน้าห้อง พร้อมได้ชี้แนะ ขั้นตอน การแตกประเด็นในหัวข้อ
กลุ่มที่ 1 : หน่วยข้าว (Rice)



กลุ่มที่ 2 : หน่วยไก่ (Chicken)



กลุ่มที่ 3 : หน่วยต้นไม้ (Trees)



กลุ่มที่ 4 : หน่วยน้ำ (Water)


กลุ่มที่ 5 : หน่วยปลา (Fish)



กลุ่มที่ 6 : หน่วยมะพร้าว (Coconut)



กลุ่มที่ 7 : หน่วยกล้วย (Banana)



กลุ่มที่ 8 : หน่วยนม (Milk)



กลุ่มที่ 9 : หน่วยกบ (Plane)



กลุ่มที่ 10 : หน่วยผลไม้ (Fruit) กลุ่มดิฉัน


  • อาจารย์ได้แนะนำให้มีหัวข้อ Mild Map (Fruit) ดังต่อไปนี้
  1. ชนิด
  2. ลักษณะ ได้แก่ สี,ขนาด
  3. การประกอบอาหาร
  4. ประโยชน์ ได้แก่ เชิงพาณิชย์ (Commercial)
  5. ข้อพึงระวัง



เทคนิคการสอน (Teaching methods)
  1. ให้ลงปฏิบัติทำสื่อของเล่นวิทยาศาสตร์
  2. เปิดโอกาศให้ถามคำถาม
  3. มีวิธีการ ขั้นตอนการเขียน Mild Map ที่ถูกวิธี
การนำไปประยุกต์ใช้ (Applications) 
  1. การหาเนื้อหาในการสอนต้องเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเด็ก
  2. สามารถนำมาบูรณาการในวิชาอื่น
  3. นำสิ่งของเหลือใช้มาประดิษฐ์เป็นของเล่นที่เกิดประโยชน์
ประเมินการเรียนการสอน (Assessment)
  • ตนเอง : 89% แต่งกายสุภาพเรียบร้อย มาเรียนตรงเวลา ทำกิจกรรมได้เสร็จเรียบร้อยภายในเวลาที่จำกัด
  • เพื่อน : 90% ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมและทุกคนสามารถทำออกมาได้ดี อาจมีพูดคุยบางในบางครั้ง ทำงานที่ได้รับมอบหมายมาทุกกลุ่ม
  • อาจารย์ : 98% เข้าสอนตรงเวลามาก มีกิจกรรมให้ทำอยู่เสมอ 



วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2557

กิจกรรม
ความลับของแสง

  • แสงสว่างเป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ในการมองเห็น หากดวงตาของเราปรับสภาพจากแสงไม่ได้ ให้หลับตาสักระยะหนึ่ง แสงเคลื่อนที่ 300,000  ก.ม / วินาที = คนเราที่ต้องวิ่งถึง 7 รอบ / วินาที
การทดลอง
วิธีทำ
  1. นำกล่องใบใหญ่มา 1 ใบ ที่มีฝาปิด
  2. เจาะรูข้างกล่อง 1 รู 
  3. นำของต่างๆมาใส่ในกล่อง เช่น ของเล่น รูปปั้นสัตว์ 
  4. ปิดฝากล่องและมองเข้าไปในรูที่เจาะไว้ จะเห็นว่ามันมือสนิท
  5. จากนั้นค่อยๆเปิดฝากล่องออกจะเห็นวัตถุในกล่อง
  6. ลองเจาะรูเพิ่มอีกหนึ่งรู แล้วเอาไฟฉายมาส่องไปที่รูที่เจาะใหม่เราจะมองเห็นของในกล่องใบนั้น
สาเหตุ
เรามองเห็นวัตถุรอบตัวได้นั้นเกิดจากแสงส่องลงมากระทบกับวัตถุ และแสงสะท้อนกับวัตถุเข้ามาสู่ตาของเรา เราถึงมองเห็นวัตถุนั้นได้ซึ่งตาของเรา คือ จอสำหรับรับแสงที่สะท้อนมาจากวัตถุนั่นเอง
คุณสมบัติของแสง
       แสงเดินทางเป็นเส้นตรง ไม่มีการเปลี่ยนทิศทาง วัตถุบางชนิดที่แสงสามารถทะลุผ่านไปได้วัตถุ วัตถุบนโลกเมื่อมีแสงตกมากระทบจะมีคุณสมบัติ 3 แบบ ได้แก่
  1. วัตถุโปร่งแสง (Translucent object) วัตถุที่แสงผ่านไปได้อย่างไม่เป็นระเบียบ เราจึงไม่สามารถมองทะลุผ่านวัตถุนี้ได้ ตัวอย่างของวัตถุชนิดนี้ได้ ตัวอย่างของวัตถุชนิดนี้ ได้แก่ น้ำขุ่น กระจกฝ้า และกระดาษชุบไข 
  2. วัตถุโปร่งใส (Transparent object) วัตถุที่แสงผ่านไปได้เกือบหมดอย่างเป็นระเบียบ เราจึงสามารถมองผ่านวัตถุชนิดนี้ได้ชัดเจน ตัวอย่างของวัตถุชนิดนี้ ได้แก่ กระจกใส แก้วใส 
  3. วัตถุทึบแสง (Opaque object) เป็นวัตถุที่แสงผ่านไม่ได้เลย แสงทั้งหมดจะถูกดูดกลืนไว้หรือสะท้อนกลับ เราจึงไม่สามารถมองผ่านวัตถุชนิดนั้นได้ ตัวอย่างของวัตถุชนิดนี้ ได้แก่ ผนังตึกกระจกเงา 


กล้อง  (Camera) 
ทดลองการสะท้อนของแสง  
อุปกรณ์
  1. ไฟฉ่าย
  2. กระจกเงา
แสงจะสะท้อนกลับจากวัตถุ หากเราส่องกระจก เงาที่เกิดจากกระจกจะสะท้อนกลับไปที่ตาเราเสมอ ทำให้เรามองเห็นตรงข้ามกับตัวเราเสมอ


กล้องคาไลโดสโคป 
อุปกรณ์
  1. กระจกเงา 3 ใบ
  2. สิ่งของ 1 ชิ้น
วิธีทำ : นำกระจกนำมาประกบกันให้เข้าเป็นมุมสามเหลี่ยม เมื่อนำสิ่งของไปว่างตรงกลางทำให้มองเห็นภาพหลายภาพ ใช้หลักมุมกับแสง
กล้องส่องภาพเหนือระดับสายตา
อุปกรณ์
  1. กล่องทรงกระบอกยาว เจอะรู 2 รูใ นส่วนบนและล่าง   
  2. กระจกเงา 2 ใบ โดยติดอยู่ที่มุมกล่อง
ประโยชน์ : ใช้มองวัตถุในที่สูงเหนือระดับสายตา เช่น เรือดำน้ำ


แสงและเงา (Light & Shade)

  • แสงเมื่อส่องกระทบกับวัตถุจะทำให้เกิดเงา
  • แสงและเงาเป็นตัวกำหนดระดับของค่าน้ำหนัก
  • ความเข้มของเงาจะขึ้นอยู่กับความเข้มของเแสง ในที่ที่มีแสงสว่างมาก เงาจะเข้มขึ้น 
  • ในที่ที่มีแสงสว่างน้อยเงาจะไม่ชัดเจน
  • ในที่ที่ไม่มีแสงสว่างจะไม่มีเงาและเงาจะอยู่ในทางตรงข้ามกับแสงเสมอ





วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ครั้งที่ 5


วันที่  18 กันยายน พ.ศ. 2557



ความรู้ที่ได้รับ (knowledge)

ต้นชั่วโมงอาจารย์ได้ให้ทำกิจกรรมความสัมพันธ์กัน

  • อุปกรณ์ 
1.กระดาษสี (Color Paper)


2.ไม้เสียบลูกชิ้น (Meatball Skewer)


3.กรรไกร (Scissors)


4.เทปกาว (Tape)


  • วิธีทำ (How to ) 
1. ตัดกระดาษสีเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า และพับครึ่งตามรอยปะ


2. วาดรูปในสัมพันธ์กันทั้งด้านหน้าและด้านหลังของกระดาษสี


3. นำไม้เสียบลูกชิ้นมาติดเทปกาวไว้ตรงกลางด้านในขและติดขอบด้านข้างของกระดาษสี


4.ทดลองหมุนแบบช้าๆดูและลองหมุนแบบเร็วๆ สังเกตการเปลี่ยนแปลงว่ามีอะไรเกิดขึ้น และการหมุนทั้งสองแบบแตกต่างกันอย่างไร


สิ่งที่ได้จากกิจกรรม
  • เด็กได้ลงมือกระทำ ได้วางแผนมีความรู้เดิมสอดคล้องกับการปฏิบัติ
  • เครื่องมือวิธีการคือการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5
  • ไม่คาดหวังชิ้นงานว่าจะออกมาสวยหรือไม่สวย
  • มีขั้นตอนที่ง่าย ไม่ซับซ้อน
  • เป็นของเล่นที่สอดคล้องกับวิชาศิลปะ
กิจกรรมส่องกล้อง

  • การรับรู้ของแต่ละบุคคลจากประสบการณ์เดิม เกิดจากการสังเกตแสงที่มองเห็น คือ แสงที่กระทบวัตถุ (ปิงปอง) จึงทำให้มองเห็น คุณครูต้องศึกษาหาข้อมูลในเรื่องนั้น ครูและเด็กสามารถที่จะเรียนรู้ไปด้วยกัน เด็กได้ลงมือกระทำสร้างขึ้นมา การเรียนรู้โดยการสร้างสรรค์ชิ้นงาน การสร้างสื่อให้เด็กได้ปฏิบัติทำใช้วัสดุเหลือใช้ในการปฏิบัติสื่อ
เพลงวิทยาศาสตร์ : ที่มาจาก www.youtube.com


การทำเพลง (สื่อ)
  1. ได้ความรู้ เนื้อหา
  2. บอกเนื้อหาผ่านเพลง
  3. ปฏิบัติได้
  4. เกิดทักษะ
  5. จำง่าย
  6. มีคำคล้องจอง
  7. สนุกสนาน
  • สอดคล้องกับความรู้ พัฒนาการ คุณลักษณะตามวัยธรรมชาติของเด็ก


นำเสนอบทความ ( Science Articles )

บทความที่ 8
1. เรื่อง เด็กๆอนุบาลสนุกกับสะเต็มศึกษาผ่านโครงการปฐมวัย : สสวท.
  • การจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา โดยเน้นการนำความรู้และกระบวนการด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศกรรมศาสตร์ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง เพื่อเป็นการปูพื้นฐานให้ผู้เรียนสามารถดำเนินชีวิตและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต
S = วิทยาศาสตร์  (Science)
T = เทคโนโลยี  (Technology)
E = วิศวกรรมศาสตร์ (Engineer)
M = คณิตศาสตร์ (Math)
มีแนวคิดหลัก 5 ข้อ คือ 
  1. ครูต้องเน้นการบูรณาการ
  2. ครูต้องช่วยให้นักเรียนมีความเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาวิชาที่กำลังเรียนชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ 
  3. เน้นการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 
  4. ท้าทายความคิดของผู้เรียน
  5. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงความเข้าใจและความคิดเห็นที่เกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียน
บทความที่ 9
2. ปฐมวัย ในการบูรณาการ 3 วิชา เรื่อง โลกของเราดำเนินอยู่ได้อย่างไรปี 56 : สสวท.
ประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะแสวงหาความรู้ สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลและเด็กมีอิทธิพลจ่อสิ่งแวดล้อมเพราะเราทุกคนล้วนต่างใช้ทรัพยาการ
  • ประโยชน์ที่ได้
  1. เด็กมีโอกาสค้นหาคำตอบได้ด้วยตนเอง
  2. ตระหนักถึงการใช้ทรัพยาการ
  3. มีแรงบันดาลใจ
  4. ทำให้เกิดการต่อยอดพื้นฐาน
บทความที่ 10
3.เรื่อง บ้านฉันเป็นค่ายวิทยาศาสตร์ : Nationejobs
ประเทศที่มีชื่อเสียงด้านวิทยาศาสตร์อันดับต้นๆ ของโลก อย่าง "เยอรมนี" จะประสบปัญหาขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์ 
  • ดร.ทอมัส ทิลล์มันน์ ผู้บริหารบริษัท McKinsey & Company ผู้ก่อตั้งโครงการ Haus der Kleinen Forscher หรือบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยเมืองเบียร์เล่าว่า ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร เกิดจากกระบวนการเรียนการสอนในชั้นเรียนขาดความน่าสนใจ ประกอบกับคนในครอบครัวไม่สอนตามวิถีทางที่ถูกต้อง จึงต้องหันมาปลูกฝังความรักและทัศนคติที่ดีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ของเด็กชาวเยอรมันกันยกใหญ่
เทคนิคการสอน (Teaching methods)
  1. ให้ลงปฏิบัติทำสื่อการเรียนการสอน
  2. เปิดเพลงหลังทำกิจกรรม เพราะถ้าเปิดเมื่อขณะทำกิจกรรมนักศึกษาก็จะไม่ได้สนใจในเนื้อหาของเพลง
  3. เกิดทักษะการคิด การสังเกต ให้การทำกิจกรรม 
การนำไปประยุกต์ใช้ (Applications) 
  1. การหาเนื้อหาในการสอนต้องเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเด็ก
  2. สามารถนำมาบูรณาการในวิชาอื่น
  3. นำสิ่งของเหลือใช้มาประดิษฐ์เป็นของเล่นที่เกิดประโยชน์
ประเมินการเรียนการสอน (Assessment)
  • ตนเอง : 88% แต่งกายสุภาพเรียบร้อย มาเรียนตรงเวลา ทำกิจกรรมได้เสร็จเรียบร้อยภายในเวลาที่จำกัด
  • เพื่อน : 90% ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมและทุกคนสามารถทำออกมาได้ดี อาจมีพูดคุยบางในบางครั้ง
  • อาจารย์ : 98% เข้าสอนตรงเวลามาก มีกิจกรรมให้ทำทำให้ไม่ค่อยเครียด


ครั้งที่ 4


วันที่  11 กันยายน พ.ศ. 2557
**เนื่องจากวันนี้ดิฉันไม่ได้มาเรียนเพราะติดธุระ**

ได้ศึกษาความรู้จาก นางสาวสิรินดา  สายจันทร์

ความรู้ที่ได้รับ
วันนี้เพื่อนๆได้ออกมานำเสนอบทความของตนเองดังนี้
  • บทความที่ 1   หลักสูตรวิทยาศาตร์ปฐมวัย
  • บมความที่ 2   5 แนวทางการสอนเติมวิทยให้เด็กอนุบาล
  • บทความที่ 3  อพวช,ผนึกพันธ์มิตรจัดงาน,วันนักวิทยาศาสตร์น้อยหวังปลูกความรักเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย
  • บทความที่  4  สอนลูกเรื่องภาวะโลกร้อนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาวะโลกร้อน
วันนี้้อาจารย์ได้สอนเรื่อง ทักษะวิทยาศาตร์เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยเนื้อหาความรู้ที่ได้เรียนสรุปเป็น  Mind Map ดังนี้ค่ะ

 ศึกษาเพิ่มเติม
  • ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็นทักษะที่ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยสามารถคิดหา เหตุผล แสวงหาความรู้ 
สามารถแก้ปัญหาได้ ตามวัยของเด็ก ควรจัดกิจกรรมให้เด็ก ได้ลงมือกระทำด้วยตนเองจากสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว
  • ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ อันเป็นกระบวนการขั้นพื้นฐานหรือทักษะเบื้องต้นที่ควรส่งเสริมให้เด็กปฐมวัย
ได้รับการพัฒนา มี 7 ทักษะกระบวนการ คือ
การนำไปประยุกต์ใช้
  1. เด็กใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวกาย
  2. สังเกตความเหมือน ความแตกต่าง รู้จักจำแนก และจัดประเภทก็จะช่วยให้เด็กมี นิสัยในการมองสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวอย่างละเอียดรอบคอบ